AAI ทุ่ม 1,015 ลบ. สร้างอาคารผลิต – โกดังสินค้าเพิ่ม รองรับการขยายกำลังการผลิต 21,000 ตัน/ปี ในปี 2569 คาดกลุ่มผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงสดใส ตั้งเป้าจบปี 2568 ยอดนิวไฮ

บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์  อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI บริษัท ผู้ดำเนินธุรกิจหลักในด้านการ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก และผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานบรรจุในภาชนะปิดผนึก (Human Food) รวมถึงผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้จากการแปรรูปปลาทูน่า เช่น ปลาป่น น้ำนึ่งปลา และน้ำมันปลา

            นางสาววรัญรัชต์ อัสสานุพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงิน บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าทำยอดขายนิวไฮในปี 2568 และคาดว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 18-20 เปอร์เซ็นต์ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ด้วยการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการมีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย และสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของบริษัท

สำหรับเป้าการเติบโตในรายได้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 11.4 เปอร์เซ็นต์ เป็นการเติบโตจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นราว 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับลูกค้าแบรนด์ชั้นนำระดับโลก และการพัฒนาแบรนด์สินค้าอาหารสัตว์ของตนเอง ขณะที่ธุรกิจอาหารพร้อมรับประทานบรรจุภาชนะปิดผนึก คาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท โดยเน้นรับคำสั่งที่ให้อัตรากำไรขั้นต้นสอดคล้องกับนโยบายบริษัท

            ขณะเดียวกันปีนี้บริษัทได้ลงทุน 1,015 ล้านบาท ขยายกำลังผลิต รองรับแผนระยะยาว AAI เดินหน้าเสริมศักยภาพด้านการผลิต ตั้งงบลงทุน 1,015 ล้านบาท ประกอบด้วยการลงทุนในเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การก่อสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 และการสร้างอาคารผลิตใหม่ เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 21,000 ตันต่อปีหลังจากปี 2569 เป็นต้นไปเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอาหารสัตว์เปียกของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 80,000 ตันต่อปี

            หากโครงการแล้วเสร็จจะจะเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและขนส่งการใช้คลังสินค้าอัตโนมัติจะช่วยลดเวลาในการจัดการสินค้าคงคลังและเพิ่มความแม่นยำในการจัดส่ง ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตการติดตั้งเครื่องจักรใหม่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานเพราะการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติจะช่วยลดการใช้แรงงานและลดความผิดพลาดในกระบวนการได้อีกด้วย

            ด้านผลประกอบการของกลุ่มบริษัทฯในครึ่งปีแรก 2568 มีรายได้รวมอยู่ที่  3,586 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า รายได้รวมเพิ่มขึ้น เนื่องจากยอดขายในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตจากยอดคำสั่งผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของลูกค้ายังขยายตัวได้ดี อาหารและขนมสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ โดยเฉพาะแบรนด์ โปร เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 453 ล้านบาท ลดลง 16.4 เปอร์เซ็นต์ จากผลกระทบจากค่าเงินสหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทเป็นสำคัญ

ช่วงครึ่งปีหลัง กลุ่มบริษัทฯ คาดว่าต้องเผชิญมาตรการภาษีตอบโต้จะกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดสหรัฐอเมริกา และการอ่อนค่าของเงินดอลล่าร์ จะกระทบต่อยอดขายและอัตรากำไรสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงของกลุ่มบริษัทฯ จึงปรับประมาณการยอดขายปี 2568 ลดลงจาก 7,400 ล้านบาท เหลือ 7,100 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงประมาณ 6,300 ล้านบาท กลุ่มอาหารพร้อมรับประทานบรรจุภาชนะปิดผนึกประมาณ 700 ล้านบาท และปรับประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นลงมาอยู่ประมาณ 16-18 เปอร์เซ็นต์

ในระยะยาว บริษัทฯ ยังคงมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต พร้อมเดินหน้าแผนขยายกำลังการผลิต เพื่อรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขัน เนื่องจากตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโต ตามเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว กระแสการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง ตลอดจนความนิยมในผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการผลิตที่ให้ความสำคัญกระบวนการด้านความยั่งยืน โดยใช้ความได้เปรียบด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์แบบเปียก แบบเม็ด และผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ตลอดจนความได้เปรียบของประเทศไทยที่เป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญ ในขณะที่อัตราภาษีตอบโต้ของประเทศไทยก็ไม่ได้สูงกว่าประเทศคู่แข่ง นอกจากนี้ AAI มีความภาคภูมิใจที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี2568 โดยสถาบันไทยพัฒน์ และยังได้รับการประเมินระดับ “ดีเยี่ยม” จากการประเมิน AGM Checklist ประจำปี 2568 ด้วยคะแนน 100 คะแนนเต็ม สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้ถือหุ้น ด้วยการยกระดับกระบวนการประชุมผู้ถือหุ้นให้ได้มาตรฐานสูงสุด ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารงานตามหลักธรรมมาภิบาล พัฒนาระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พร้อมให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม