ปตท. โชว์ 9 รางวัล “รัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยมและดีเด่น” พร้อมผู้บริหารใหญ่เข้ารับรางวัลซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งปี งัดแผนดำเนินงานปี 69 กระจายงบ 28,608 ล้านบาท เน้นชัวร์ มั่งคง

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) PTT ปตท. คว้า 9 รางวัล รัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยมและดีเด่นปี 2568 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) สะท้อนศักยภาพการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานต่อเนื่อง ร่วมกับสังคมไทยและการเติบโตยั่งยืนทุกมิติ

9 รางวัลดังกล่าวเป็นจำนวนสูงสุดของรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นที่ปตท. เคยได้รับ ประกอบด้วย

 1. รางวัลรัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยม

2.รางวัลคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจดีเด่น (เกียรติยศ) ปตท. ได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่อง 5 ปี

3.รางวัลการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น (เกียรติยศ)

 4.รางวัลการพัฒนาสู่รัฐวิสาหกิจดิจิทัลดีเด่น

 5.รางวัลการพัฒนาสู่รัฐวิสาหกิจยั่งยืนดีเด่น

6.รางวัลการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น

7.รางวัลความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมดีเด่น ด้านความคิดสร้างสรรค์

8.รางวัลความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมดีเด่น ด้านนวัตกรรม

9.รางวัลความร่วมมือด้านกระบวนการจัดการของรัฐวิสาหกิจดีเด่น

นอกจากนี้ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คว้า 2 รางวัล ได้แก่สาขา Environment และ สาขา Governance ในงานมอบรางวัลสุดยอดผู้นำองค์กร ประจำปี 2568 โดยคัดเลือกจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีการบริหารงานที่ดีและโดดเด่น มีผลงานเชิงประจักษ์ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามแนวทางด้าน ESG (Environment, Social, Governance) ซึ่งตามวิสัยทัศน์ ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า ปตท.ยังคงเดินหน้าลงทุนตามแผน โดยจะเน้นธุรกิจที่มีความชัวร์ มั่นคง ไม่เน้นหวือหวา จะใช้งบลงทุนรวม 28,608 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น 12,103 ล้านบาท, ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย 1,211 ล้านบาท, ธุรกิจใหม่และความยั่งยืนและสำนักงานใหญ่ 1,807 ล้านบาท และการลงทุนบริษัทที่ปตท.ถือหุ้น 10% ที่ 13,487 ล้านบาท

สำหรับแผนการลงทุนในด้านการขับเคลื่อนความยั่งยืน ปตท. ยังคงมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 และจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 15 เปอร์เซ็นต์ในปี 2035 นอกจากนี้ปตท.ยังคงศึกษาและนำเสนอความเป็นไปได้ของการใช้ Hydrogen และ Ammonia Co-firing เป็นพลังงานทางเลือกในประเทศ

ปัจจุบันปตท.เดินหน้าโครงการ CCS ที่แหล่งอาทิตย์ในอ่าวไทยจะเริ่มดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 2571 กักเก็บได้สูงสุดประมาณ 1 ล้านตันต่อปี โครงการดังกล่าวจะเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับการพัฒนา CCS ในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทย รวมถึงการพัฒนา CCS Hub ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในอนาค

            อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ปตท.ประกาศแผนลงทุน 5 ปี ระหว่างปี 2568-2572 ของ ปตท. และบริษัทที่ ปตท.ถือหุ้นร้อยละ 100 วงเงินรวม 54,463 ล้านบาท  มีการลงทุนในธุรกิจหลัก เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ปตท. ซึ่งเงินลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจท่อส่งก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 64 เปอร์เซ็นต์ ของงบฯลงทุน 5 ปี

งบลงทุนของ ปตท. สอดคล้องกับภารกิจสําคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ และทิศทางกลยุทธ์ที่มุ่งเสริมสร้างความแข็งแรงและศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจหลัก โดยเงินลงทุนในธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 59 เปอร์เซ็นต์ของงบลงทุน 5 ปี โดยมีโครงการ อาทิ การลงทุนและการปรับปรุงประสิทธิภาพและขีดความสามารถของระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติโรงแยกก๊าซธรรมชาติ และการลงทุนในการขยายธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศอย่างครบวงจร