ก้าวสู่ปีที่ 24 PTL เดินเครื่องโรงงานใหม่ในสหรัฐฯ หนุนกำลังผลิต “เม็ดพลาสติก” เพิ่มชูมาตรฐาน ISO 9001/ISO 14001 การันตีสินค้าคุณภาพตลาดสากล

PTL ประกาศเริ่มเดินเครื่องโรงงานใหม่ในสหรัฐฯ หนุนกำลังผลิตฟิล์ม BOPET และเม็ดพลาสติก เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันระดับโลก การันตีสินค้าคุณภาพด้วยมาตรฐาน ISO 9001/ISO 14001  มั่นปี 69 มีกำไรเติบโตต่อเนื่อง   

นายอมิต ปรากาซ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PTL เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจในปัจจุบันมองว่าสถานการณ์ต่างๆ ในอุตสาหกรรมเริ่มมีสัญญานการคลายตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยแนวโน้มอุปสงค์โดยเฉพาะในยุโรปและอินโดนีเซียเริ่มกลับมามีการฟื้นตัว ในขณะที่สต็อกส่วนเกินมองว่าในตอนนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว จากนี้จะเห็นการกลับมาขยายตัวของดีมานด์ในทางที่ดีขึ้น

ด้านโครงการลงทุนสายการผลิตแผ่นฟิล์ม BOPET ชนิดบาง และ Offline Coater ในประเทศสหรัฐอเมริกา เงินลงทุนของทั้ง 2 โครงการอยู่ที่ประมาณ 128 ล้านเหรียญฯ โดยใช้เงินกู้ระยะยาวจำนวน 25 ล้านเหรียญฯ กับสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกา และยอดคงเหลือจากเงินคงค้างภายในบริษัทย่อยที่สหรัฐอเมริกา รวมถึงเงินกู้ยืมระหว่างบริษัทจากบริษัทย่อยในตุรกี โครงการนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2567/68 (ก.ค.-ก.ย. ปี67/68) เป็นต้นมา

         โครงการแรก คือ สายการผลิตแผ่นฟิล์ม BOPET ชนิดบาง มีกำลังการผลิต 50,000 ตันต่อปี ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมของ PU เพิ่มขึ้นเป็น 81,000 ตันต่อปี สะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
          ขณะเดียวกัน PU ยังได้ดำเนินโครงการ Debottleneck เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกจากเดิม 58,000 ตันต่อปี เป็น 86,000 ตันต่อปี ซึ่งจะช่วยเสริมความสามารถในการผลิตแบบครบวงจร และสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้สูงขึ้น พร้อมตอบโจทย์ลูกค้าในตลาดอเมริกาเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ         

โดยการลงทุนและขยายกำลังการผลิตในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ PTL ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในระดับโลก และเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ระยะยาว

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยเชิงบวก โดยเฉพาะการฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มฟิล์มเคลือบปลายน้ำ เช่น ฟิล์มเคลือบซิลิโคนและฟิล์มเคลือบออฟไลน์ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการขายและการสนับสนุนจากธุรกิจปลายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา
            นอกจากนี้ ธุรกิจฟิล์มหลักอย่าง BOPET ทั้งแบบบางและหนา มีอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น จากสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย ขณะที่ธุรกิจฟิล์ม BOPP ก็มีปริมาณและอัตรากำไรที่สูงขึ้นเช่นกัน สะท้อนจากปริมาณการขายฟิล์มโดยรวมที่เพิ่มขึ้น 2.1 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มฟิล์ม BOPP และฟิล์มปลายน้ำ

ด้านธุรกิจแผ่นฟิล์ม PET มีผลประกอบการที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากอัตรากำไรที่สูงขึ้นตามสภาวะตลาด ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนจากฟิล์มเคลือบซิลิโคน ฟิล์มเป้าและเม็ดพลาสติก PET ก็เพิ่มขึ้น จากทั้งปริมาณที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรที่ดีขึ้น โดยเฉพาะฟิล์มเคลือบซิลิโคนที่เติบโตเด่น
           ขณะที่ต้นทุนขายปรับเพิ่มขึ้นจากปริมาณขายที่สูงขึ้น และราคาวัตถุดิบบางรายการที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงและวัสดุอะไหล่ที่มากขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายปรับสูงขึ้นตามอัตราค่าระวางขนส่งระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้นจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของบริษัทย่อยในไทย รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง การบริหารจัดการคลังสินค้า และค่าตอบแทนพนักงานที่เพิ่มขึ้น
            ทางด้านผลงานคุณภาพบริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิต แผ่นฟิล์ม BOPP , Blown PP/PE และ แผ่นฟิล์ม CPP ซึ่งผลิตในโรงงานแห่งใหม่ที่มีความทันสมัยพร้อมขนาดประหยัด และผลิตภัณฑ์จากสายการผลิตปลายน้ำ (downstream) แบบครบวงจร อันได้แก่ สายเคลือบอลูมิเนียม (Metalizing) สายเคลือบซิลิโคน (Silicone Coating) (Offline Chemical Coadting) และสายเคลือบอัดขึ้นรูป (Extrusion Coating) และ Transfer Metallized paper ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี พร้อมชูมาตรฐานการผลิตด้วย  ISO 9001  และISO 14001การันตีคุณภาพสินค้าในระดับสากลอีกด้วย