ก้าวสู่ปีที่ 84 กรมปศุสัตว์ คว้ารางวัล “เลิศรัฐ” ปี2568 ประชุมเข้มแผนใช้งบประมาณ 5,819.75 ล้านบาท ครอบคลุมทุกมิติ มั่นใจสินค้าปศุสัตว์ส่งออกปี 69 เติบโตทิศทางที่ดี

กรมปศุสัตว์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 จากสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ประกาศผลการพิจารณารางวัลเลิศรัฐ

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ มอบหมายให้ นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 เป็นการมอบรางวัลให้กับหน่วยงานที่มีผลการดำเนินการที่เป็นเลิศทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐและเปิดระบบราชการให้ภาคส่วนอื่นเข้ามามีส่วนร่วม

โดยกรมปศุสัตว์ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก้าวหน้า ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้หน่วยงานที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการขององค์กร เพื่อไปสู่การเป็นระบบราชการที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงกัน

            ตลอดการดำเนินงานมากว่า 83 ปี ก้าวสู่ปีที่ 84 กรมปศุสัตว์ได้รับรางวัลจากสำนักงานก.พ.ร. อย่างต่อเนื่องทุกปี รวม 78 รางวัล ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของกรมปศุสัตว์จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบราชการ โดยให้ความสำคัญและเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารราชการของกรมปศุสัตว์ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชน ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคปศุสัตว์ โดยกรมปศุสัตว์ยังคงมุ่งมั่นในการปรับปรุงและพัฒนากรมปศุสัตว์ให้เป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูงต่อไป

สำหรับปี 69 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยผู้บริหาร ได้ประชุมติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2/2569 เพื่อให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณของกรมปศุสัตว์มีประสิทธิภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด

            ด้านการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยปี 2568 ที่ผ่ามา แม้โลกจะเผชิญทั้งสงครามการค้า สงครามจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์  ความผันผวนด้านพลังงาน และภาวะเงินเฟ้อ แต่อาหารยังคงเป็นสินค้ายุทธศาสตร์ที่ทุกประเทศต้องนำเข้าอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำว่าภาคปศุสัตว์ของไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ที่ช่วยพยุงรายได้ประเทศในยุคโลกผันผวน

ที่สำคัญมาจากนโยบายของรัฐบาลภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีนโยบายในการยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพมาตรฐาน มีความปลอดภัยตามหลักสากลและเป็นไปตามเงื่อนไขของประเทศคู่ค้า พร้อมทั้งมีการเจรจาเพื่อเปิดตลาดใหม่ ๆ ให้สินค้าเกษตรไทย ทำให้มีความมั่นใจว่าในปี 2569 จะยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

            อธิบดีกรมปศุสัตว์ มองว่า อาหารสัตว์เลี้ยงที่เป็นสินค้าดาวรุ่งหลังโควิด เนื่องจากกระแสPet Humanizationในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน ทำให้สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสมาชิกครอบครัว ดีมานด์อาหารพรีเมียมจึงพุ่ง แม้เศรษฐกิจโลกชะลอ แต่ผู้บริโภคไม่ลดค่าใช้จ่ายกับสัตว์เลี้ยง ทำให้ตัวเลขการส่งออก 10 เดือนแรกปี 2568 ใกล้เคียงกับปี 2567 ส่วนในปี 2569 มีแนวโน้มเจ้าของสัตว์เลี้ยงต่างมองหาอาหารสัตว์เลี้ยงในระดับพรีเมียมมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าด้านโภชนาการอาหาร รวมทั้งคุณภาพและมาตรฐานของอาหารที่ดีสำหรับสัตว์เลี้ยง

ขณะที่สินค้าปศุสัตว์ที่เป็นพระเอกในกลุ่มสินค้าแช่แข็ง เช่น ไก่แปรรูป ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้น จากหลายประเทศมีความกังวลเรื่องความมั่นคงด้านอาหาร จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน สงครามในตะวันออกกลาง และความเสี่ยงเรื่องโลกร้อน ทำให้ประเทศผู้นำเข้าเร่งสำรองอาหารระยะยาว ไทยจึงได้อานิสงส์ไปด้วย