สู่ปีที่ 54 กทพ. วางแผนยุทธศาสตร์สู่ยุคทางพิเศษอัจฉริยะ ชูโล่รางวัลหน่วยงานภาครัฐที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ปี 68

สู่ปีที่ 54 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย วางเป้าหมายสู่ยุคทางพิเศษอัจฉริยะ พร้อมยกระดับความพิเศษสู่ยุคยานยนต์ไร้คนขับ-เร่งสร้างด่วนพระราม3 เสร็จกลางปี 69 เดินหน้าทางด่วนภูเก็ต ด้านคุณภาพองค์กร รับโล่รางวัลหน่วยงานภาครัฐที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ประจำปี 2568

            นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ประธานกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 53 ปีที่ผ่านมาพร้อมก้าวสู่ปีที่ 54  กทพ. ได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชน และแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล รวมถึงการขยายโครงข่ายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมสนับสนุน กทพ. ในการผลักดันการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อให้โครงข่ายคมนาคมสมบูรณ์และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
            นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าวว่า

กทพ.เปิดให้บริการทางพิเศษ 8 สายทาง รวมระยะทาง 224.6 กิโลเมตร ปริมาณจราจรเฉลี่ย 1,730,000 คันต่อวัน รายได้ 66,590,000 บาทต่อวัน การครบรอบ 53 ปี คือ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคทางพิเศษอัจฉริยะ โดยปรับปรุงเป็นองค์กรนวัตกรรม ใช้ไอทีเข้ามาช่วยลดโลกร้อน โดยจะเปลี่ยนหลอดไฟแอลอีดี อาคารสำนักงานและบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่1) ทางพิเศษฉลองรัช (ทางด่วนสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอก ) ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางด่วนสายบางนา-ชลบุรี) และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (ทางด่วนสายบางพลี-สุขสวัสดิ์) จำนวน 1,707 ดวง นอกจากนี้จะติดตั้ง Solar Rooftop ใช้พลังงานจากโซล่าเซลล์เพื่อลดการใช้กระแสไฟจากการไฟฟ้านครหลวง จะช่วย กทพ.ลดต้นทุนพลังงานได้มหาศาล
            ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยียานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ(Connected) and Autonomous Vihicles: CAV บนทางพิเศษ ในหลายประเทศ อาทิ อเมริกา จีนเริ่มใช้แล้วและทำได้จริงจึงเกิดความมั่นใจ จะพยายามขับเคลื่อนของไทยให้ทันกับนานาอารยประเทศ สิ่งสำคัญคือ Map เฉพาะ โดย กทพ.ทำMOU กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อทำTD Map คาดว่าแล้วเสร็จปลายปี 2568 เริ่มทดลองใช้บนทางพิเศษฉลองรัช ปี 2569
            นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนโครงการใหม่ๆ นั้น ตอนนี้ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องหนี้สาธารณะ โครงการที่รัฐบาลลงทุนเองจะยาก จะทำเป็น PPP กองทุน TFF โครงการที่คิดว่า กทพ. ลงทุนเองและมีความเป็นไปได้ เช่น ทางด่วนกระทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เฟส1-2 ทางพิเศษสายฉลองรัช-วงแหวน รอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก หรือ ทางด่วน N2 ระยะทาง 6.70 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง จากเดิม 16,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 17,000 ล้านบาท เนื่องจากต้องยกระดับความสูงอยู่ที่ระดับ 3 ให้พ้นแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี ตอนนี้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง อาทิ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2568 อยู่ที่ร้อยละ 92.13 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 กทพ. โครงการก่อสร้างทางพิเศษสายกะทู้–ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีการดำเนินงาน 2 ระยะ ดังนี้
โครงการทางพิเศษสายกะทู้–ป่าตอง ระยะที่ 1 ครม. มีมติเห็นชอบให้ กทพ. ดำเนินก่อสร้างเป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง (สำหรับรถยนต์ 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง และรถจักรยานยนต์ 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง) ระยะทางรวม 3.98 กิโลเมตร และมีอุโมงค์อยู่ในช่วงกลางของแนวสายทาง (อุโมงค์ มีระยะทาง 1.85 กิโลเมตร) ด้วยรูปแบบการออกแบบควบคู่การก่อสร้าง (Design & Build) และวงเงินลงทุน 10,964.77 ล้านบาท เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการจราจร ลดอุบัติเหตุ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของจังหวัดภูเก็ตให้ทันสมัยและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน กทพ. อยู่ระหว่างขั้นตอนการคัดเลือกผู้รับจ้างในการก่อสร้าง ซึ่งหากได้ผู้รับจ้างฯ แล้ว คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2573

ในส่วนของระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม. คาดว่าจะนำเสนอ ครม. เพื่ออนุมัติภายในปี 2569 นี้ ซึ่งหากโครงการทางพิเศษสายกะทู้–ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ทั้ง 2 ระยะ แล้วแสร็จสมบูรณ์ จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่ช่วยลดเวลาเดินทางและเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนได้