ครบรอบ 66 ปี ก้าวสู่ปีที่ 67 ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น คว้ารางวัลดีเด่นแห่งปี 2 รางวัล วางแผนธุรกิจลุยขยายตลาดครอบคลุมตอกย้ำผู้นำตลาดน้ำดื่มในประเทศ

ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น ได้รับรางวัล Best Category Partnership Award จากงาน Big C Supplier Conference 2025 โดยรางวัลนี้สะท้อนถึงความร่วมมือที่ดีเยี่ยมกับ Big C ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายรางวัลที่บริษัทได้รับในปี 2025 รวมถึงรางวัลด้านทรัพยากรบุคคลและการเป็นแบรนด์ที่เติบโตในตลาดน้ำดื่ม

ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า โชว์ฟอร์มความสำเร็จด้านองค์กรนายจ้างดีเด่นอีกครั้ง รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025 หนึ่งในองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในระดับเอเชีย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยผ่านการคัดเลือกจากกว่า 300 บริษัทในประเทศไทย สะท้อนการเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับจากพนักงานในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลยอดเยี่ยม สร้างความผูกพันและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ตอกย้ำความสำเร็จของไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ด้านการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของไทย ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแก่พนักงาน รวมถึงลูกค้า ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

            คุณจรัสพักตร์ การปลื้มจิตต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายหลักของเครื่องดื่ม “โคคา-โคล่า” ในประเทศไทย กล่าวว่า ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ภูมิใจที่ได้รับรางวัลด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลในระดับภูมิภาคเอเชีย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนการเป็นผู้นำด้านองค์กรนายจ้างที่พนักงาน ไทยน้ำทิพย์ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจ เราเป็นบริษัทที่เติบโตอยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน และมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในด้านธุรกิจ และที่สำคัญด้านการเป็นองค์กรนายจ้างที่โดดเด่นเหนือมาตรฐาน เพราะพนักงานคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดขององค์กรและเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จ เรามุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานรู้สึกมีคุณค่า ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพและโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้เรายังคงมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ของพนักงานผ่านกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่ 1. Workplace สร้างสถานที่ทำงานที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ผ่านโครงการ Well-being ที่ครอบคลุมสำนักงานใหญ่ โรงงาน และสำนักงานสาขา 2. Workforce ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง เคารพซึ่งกันและกัน สนับสนุนการทำงานเป็นทีม พร้อมอบรมผู้นำด้านความหลากหลายและความเท่าเทียม (DEIB) รวมถึงกิจกรรม Appreciation Day วันแห่งการขอบคุณเพื่อนพนักงาน และเปิดตัวระบบ HR ‘de+’ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้พนักงานจัดการข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว และ 3. Marketplace เดินหน้าขยายการมีส่วนร่วมสู่ภายนอกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดโอกาสให้บุคลากรจากหลากหลายวงการได้เข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้ถึงโอกาสในการทำงาน พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งระดับประเทศและระดับสากล เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งในวงกว้าง

“ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในองค์กรที่น่าทำงานที่สุดในระดับเอเชีย สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสถานที่ทำงานที่น่าอยู่ และการเป็นผู้นำด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่โดดเด่นในระดับภูมิภาค” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ทรัพยากรบุคคล กล่าว

สำหรับโค้กในประเทศไทย เริ่มต้นขายมาตั้งแต่ปี 2492 โดยโคคา-โคล่า เริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทยครั้งแรกด้วยโรงงานบรรจุขวดเล็กๆ ดำเนินธุรกิจด้วยรถขนส่งเพียง 7 คัน ใช้เครื่องจักรบรรจุขวดขนาดเล็กเพียง 2 เครื่องที่ชื่อว่าดิกซี่ ผลิตโคคา-โคล่า ขนาด 6.5 ออนซ์ มีกำลังการผลิต 160 ขวดต่อนาที จำหน่ายในราคา 1 บาท

กระทั่งปี 2502 กลุ่มนักธุรกิจไทยตระกูลสารสิน เคียงศิริ และบุญสูง ได้รับสิทธิ์เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม โคคา-โคล่า รายแรกของประเทศไทย โดยร่วมกับ บริษัท โคคา-โคล่า เอ็กซ์ปอร์ต คอร์ปอเรชั่น เปิดบริษัทผู้บรรจุขวดรายแรกของประเทศไทย ในนาม บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ปัจจุบันไทยน้ำทิพย์ ดำเนินการในชื่อ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

ครบรอบการดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 67 มีโรงงานอยู่ทั้งสิ้น 5 แห่ง คือ ปทุมธานี, รังสิต, นครราชสีมา, ขอนแก่น, ลำปาง และทำหน้าที่ผลิต-จัดจำหน่ายเครื่องดื่มทั้งสิ้น 7 แบรนด์ คือ โคคา-โคลา (โค้ก), น้ำทิพย์, แฟนต้า, สไปรท์, มินิทเมด, ชเวปส์ และเอ แอนด์ ดับบลิว มีสายการผลิต 22 สาย กำลังการผลิตรวมสูงสุดประมาณ 564 ล้านยูนิตเคสต่อปี และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มมากกว่า 50 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้าหลายประเภท และรถขนส่งสินค้าที่มีเทคโนโลยีเทเลเมติกส์ และกล้องปัญญาประดิษฐ์ ที่ทันสมัยและยานพาหนะจำนวนรวมกันมากกว่า 1,500 คัน สำหรับการประกอบธุรกิจในประเทศไทย

            นอกจากนี้ยังมีโรงงานผลิตเครื่องดื่มจำนวน 1 แห่ง ในประเทศลาว พร้อมทั้งมีคลังสินค้าและรถขนส่งสินค้าในจำนวนที่เพียงพอสำหรับการประกอบธุรกิจในประเทศลาว นอกจากนี้ บริษัทยังได้เข้าซื้อหุ้น 30% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดในบริษัทย่อยของ Swire Coca-Cola ที่เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้จัดจำหน่ายเครื่องดื่ม (Bottler) ในประเทศกัมพูชา และบริษัทอยู่ในระหว่างการเข้าลงทุน 30% ของทุนก่อตั้ง (Charter Capital) ทั้งหมดในบริษัทย่อยของ Swire Coca-Cola ที่เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้จัดจำหน่ายเครื่องดื่ม (Bottler) ในประเทศเวียดนาม