สู่ปีที่ 54 ช.การช่าง เดินแผนเมกะโปรเจกต์โตเต็มสูบปี 69 ชูรางวัล ESG100 2025 เด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล

ช.การช่าง โชว์ผลงานเด่น 9 เดือน กำไร 2,884 ล้านบาท โตพุ่ง 78.37 เปอร์เซ็นต์ อานิสงส์กําไรขายหุ้น หลวงพระบาง พาวเวอร์ กวาดรายได้จากสัญญาก่อสร้าง 33,552 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.64 เปอร์เซ็นต์ เชื่อมั่นเมกะโปรเจกต์ภาครัฐมีแนวโน้มเร่งตัวเพื่อให้บรรลุเป้าตามแผน ด้าน บล.กสิกรไทย คาดกำไรสุทธิปี 2569 แตะ 1,727 ล้านบาทพร้อมโชว์ผลงานเด่นรับรางวัล ESG 100 2025 อีกด้วย

            บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำของไทย  ก้าวสู่ปีที่ 54 พร้อมผลการดําเนินงานสําหรับ 9 เดือน ปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท 2,884 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,267 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 78.37 เปอร์เซ็นต์ เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า โดยเป็นผลมาจากกําไรจากการขายหุ้นบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จํากัด รวมทั้งส่วนต่างมูลค่าที่เกิดจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนในบริษัทร่วมด้วยมูลค่ายุติธรรมสําหรับเงินลงทุน 10 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ มีรายได้จากสัญญาก่อสร้างเพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุนก่อสร้างที่ดี และการรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น

          สําหรับ 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากสัญญาก่อสร้าง 33,552 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 94.25 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้รวม โดยเพิ่มขึ้น 5,507 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 19.64 เปอร์เซ็นต์ เนื่องมาจากความคืบหน้าของงานก่อสร้างโดยรับรู้จากโครงการหลัก อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งการดําเนินการเป็นไปตามแผนงานการก่อสร้าง หนุนด้วยรายได้งานก่อสร้างและงานระบบโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม งานระบบรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงิน ขณะที่งานก่อสร้างหลายโครงการใกล้แล้วเสร็จ เช่น โครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งนํ้าบางมด-สําโรง โครงการก่อสร้างขุดคลองระบายนํ้าหลากบางบาล-บางไทร

            CK และบริษัทย่อยมีส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจํานวน 1,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 1.74 เปอร์เซ็นต์ หลักๆมาจาก บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จํากัด (มหาชน) (CKP) รับรู้ส่วนแบ่งกําไรสุทธิจากการดําเนินงานของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จํากัด ตามปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และจากการรับรู้รายการกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จํากัด และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จํากัด (มหาชน) (BEM) รายได้การให้บริการจากธุรกิจหลักยังคงใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน

          สําหรับ 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดําเนินงาน 4,582 ล้านบาท มาจากการดําเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,698 ล้านบาท จากการลงทุนและชําระค่าหุ้นใน BEM และบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ สุทธิกับเงินปันผลรับ และเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 1,831 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 1,050 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ผ่านมาบริษัทและบริษัทย่อยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ 11,239 ล้านบาท

            บริษัท ช.การช่าง ระบุว่า เพื่อเป็นการต่อยอดพลังร่วมระหว่างกลุ่มบริษัทและส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการยึดมั่นในหลักการดําเนินงานซึ่งเลือกดําเนินโครงการที่มุ่งสร้างประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกด้าน พร้อมกับการดูแลรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม และสามารถสร้างผลตอบแทนสูงสุด ส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นําด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในระดับภูมิภาคอย่างมีคุณภาพและครบวงจร

            สำหรับเป้าหมายโครงการปี 2569 ของ ช.การช่าง (CK) โบรกเกอร์ บล.กสิกรไทย คาดการณ์ว่าจะเติบโตต่อเนื่อง จากการรับรู้รายได้จากโครงการใหญ่ๆ เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงศูนย์วัฒนธรรม – บางขุนนนท์) ที่จะเข้าสู่ช่วงขุดเจาะอุโมงค์, โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) และการรับงานใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยดัน backlog เพิ่มขึ้น และคาดกำไรสุทธิจะเติบโตโดดเด่นในระดับ 1,727 ล้านบาท โดยมองว่าบริษัทอยู่ในช่วงเร่งการรับรู้รายได้จากงานในมือที่ซับซ้อน และมีโอกาสได้งานใหม่ๆ จากทั้งภาครัฐและเอกชน. 

          ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญสำหรับปี 2569: ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้า: การรับรู้รายได้จากรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงศูนย์วัฒนธรรม – บางขุนนนท์) เมื่อเริ่มขุดเจาะอุโมงค์. เมกะโปรเจคภาครัฐ: การขับเคลื่อนของโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทำให้มีงานใหม่ๆ ให้เข้าประมูล. งานภาคเอกชน: การฟื้นตัวของภาคเอกชนจะช่วยหนุนการเติบโตของงานก่อสร้างภาคเอกชนด้วย. Backlog: การเพิ่มขึ้นของงานในมือ (Backlog) จากโครงการใหม่ๆ จะสร้างความมั่นใจในการเติบโตระยะยาว บล.กสิกรไทย คาดกำไรสุทธิปี 2569 แตะ 1,727 ล้านบาท โตต่อเนื่องจากปี 2568.สรุปคือ CK กำลังอยู่ในช่วงเร่งสร้างผลงานจากโครงการใหญ่ที่อยู่ในมือ และมีโอกาสได้งานใหม่ๆ เพิ่มเติมจากทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้คาดการณ์การเติบโตที่ดีสำหรับปี 2569. 

            ทางด้านผลงานคุณภาพล่าสุดบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล ESG100 2025 ซึ่ง ช.การช่าง ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจ การบริหารการจัดการความยั่งยืนตามกรอบแนวทางสากล SDG (Sustainable Development Goals) ของสหประชาชาติมาประยุกต์ใช้ สอดรับกับกลยุทธ์และเติบโตของธุรกิจ จึงทำให้ ช.การช่าง ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในรายชื่อบริษัทจดทะเบียน จำนวน 100 บริษัท ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG) สำหรับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง อย่างต่อเนื่องจากสถาบันไทยพัฒน์